สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 07/01/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 21/07/2560
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 680


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (680)
Decken



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



แบบสอบถามออนไลน์
คุณชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ของค่ายใดมากที่สุด
Ducati
Honda
Kawasaki
Suzuki
Yamaha
Triumph
KTM
BMW
Benelli
Piaggio






 ติดต่อ : สอบถาม ได้ที่
   
ขอขอบคุณทุก ท่านที่แวะมาเยี่ยมชม
    

บทความ
มาตรฐานหมวกกันน็อค มีอะไรบาง แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร (อ่าน 330583/ตอบ 19)

มาตรฐานหมวกกันน็อค แต่ละแบบ แต่ละอย่าง เป็นอย่างไร แตกต่างกันไหม มาดูกัน

     ขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยเหล่าบรรดา "นักเลงมอเตอร์ไซด์" ทั้งหลายนั้นอันดับแรกคงจะนึกถึงกันแต่หมวกกันน็อคหรือหมวกนิรภัย แต่หารู้กันหรือไม่ว่าหมวกกันน็อคแต่ละใบ แต่ละยี่ห้อที่ออกมาจำหน่ายนั้นมี "มาตรฐาน" หรือค่าทดสอบตามมาตรฐานต่างๆ ค่อนข้างมากมาย มาดูว่าแต่ละมาตรฐาน แต่ละชื่อเรียกมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

     1.มาตรฐาน SNELL 2000

     เป็นมาตรฐานหมวกนิรภัยที่ถูกอ้างอิงและใช้เป็นต้นแบบมาตรฐานหมวกนิรภัยสำหรับขับขี่มอเตอร์ไซด์ในหลายประเทศ มีการทดสอบหลายประการเพื่อที่จะเป็นการรับรองคุณภาพหมวกนิรภัยในแต่ละชุดที่ผลิตขึ้นมาจำหน่ายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ snell เป็นมาตรฐานที่ปรับปรุงความเข้มข้นในการทดสอบอยู่ตลอดเวลา ทั้งขอบเขตทดสอบการทดสอบการดูดกลืนแรงกระแทกบนหมวกนิรภัยและวิธีการทดสอบอื่นๆ เพื่อพัฒนาระดับการป้องกันให้สอดคล้องกับสภาพการเกิดอุบัติเหตุในปัจจุบัน

     นอกเหนือจากเรื่องการตรวจสอบโครงสร้างภายนอก โลหะ อุปกรณ์เสริมและรูปทรงแล้ว มาตรฐาน SNELL 2000 ยังมีการทดสอบเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การทดสอบต่างๆ อาทิ การทดสอบการมองเห็นของผู้สวมใส่ เช่น

-ระดับการมองเห็นในแนวระดับระนาบจากจุดกึ่งกลางแนวดิ่งด้านหน้าต้องเห็นได้อย่างน้อย 105 องศาทั้งด้านซ้ายและขวา

-ระดับการมองเห็นในมุมเงยต้องมองเห็นได้อย่างน้อย 7 องศา

-ระดับการมองเห็นในการก้มต้องมองเห็นได้อย่างน้อย 30 องศา

-ทดสอบการดูดกลืนแรงกระแทกจะต้องมีค่าความเร่งสูงสุดไม่เกิน 300 G

-ทดสอบประสิทธิภาพของสายรัดคางซึ่งไม่คสรยืดเกิน 300 มม.

-จะต้องไม่มีส่วนประกอบใดๆ ของระบบสายรัดคางหลุดหรือฉีกขาด รวมทั้งความกระชับแน่นของสายรัดคาง เมื่อมีการทดสอบหมวกนิรภัยต้องไม่หลุดจากศรีษะจำลอง

-เกณฑ์การทดสอบแรงทะลุทะลวง หัวเจาะต้องไม่ทะลุจนสัมผัสกับศรีษะจำลอง  

-ทดสอบบริเวณคางของหมวกนิรภัยแบบเต็มใบ-ปิดหน้า จะต้องมีการยุบตัวไม่เกิน 60มม. และไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งแตกหักจนสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อผู้สวมใส่

-เกณฑ์การทดสอบหน้ากาก กระสุนจะไม่สามารถเจาะเข้าหน้ากากได้

-ความเร็วในการถอดหมวกนิรภัยออกจากศรีษะ (เผื่อไว้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ) จะต้องถอดหมวดนิรภัยออกจากศรีษะจำลองได้ทันที หรือไม่เกิน 30 วินาที

     2. มาตรฐาน DOT (FMVSS 218) Department Of Transpolation 

     มาตรฐาน DOT เป็นมาตรฐานหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานขนส่งของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นที่รู้จักเช่นเดียวกันกับมาตรฐาน SNELL แต่มีเกณฑ์ และวิธีการทดสอบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เนื่องจากมาตรฐาน DOT พิจารณาว่าการทดสอบที่กำหนดขึ้นมาใหม่นั้นเพียงพอต่อการป้องกันผู้สวมใส่หมวกนิรภัยได้ระดับหนึ่งแล้ว ยังเพิ่มความเข้มข้นในการออกใบรับรองให้กับโรงงานผู้ผลิตหมวกนิรภัย เพื่อที่จะทำให้ผู้ผลิตนั้นสามารถผลิตหมวกนิรภัยได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ไม่ต้องมายึดติดกับเรื่องมาตรฐานที่เกินความจำเป็น นอกเหนือจากเรื่องของการตรวจสอบโครงสร้างภายนอก โลหะ อุปกรณ์เสริมแล้ว มาตรฐาน DOT มีการทดสอบเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การทดสอบดังนี้

-เกณฑ์การทดสอบการมองเห็นของผู้สวมใส่ โดยจะต้องมีระดับการมองเห็นในแนวระนาบจากจุดกึ่งกลางแนวดิ่งด้านหน้าต้องเห็นได้มากกว่า 105 องศา ทั้งด้านซ้ายและขวา

-เกณฑ์การทดสอบการดูดกลืนแรงกระแทก จะต้องมีค่าความเร่งไม่เกิน 400 G ช่วงเวลาในการกระแทกที่ความเร่งมีค่า 150 G ต้องไม่เกิน 4.0x103 วินาที และช่วงเวลาในการกระแทกที่ความเร่งมีค่า 200 G ต้องไม่เกิน 2.0x103 วินาที

-เกณฑ์การทดสอบประสิทธิภาพของสายรัดคาง โดยสายรัดคางควรยืดยาวได้ไม่เกิน 25 มม. และต้องไม่มีส่วนประกอบใดของระบบสายรัดคางหลุด หรือแยกออกจากกัน

-ทดสอบแรงทะลุทะลวง หัวเจาะต้องไม่ทะลุจนสัมผัสกับศรีษะจำลอง

     3. มาตรฐาน E 2205

     มาตรฐาน E 2205 เป็นมาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายสำหรับผู้ใช้รถมอเตอร์ไซด์ในทวีปยุโรป มีวิธีการทดสอบที่แตกต่างไปจาก SNELL และ DOT ที่สำคัญคือวิธีการทดสอบเป็นแบบสามแกน (Tri-axial) และตำแหน่งที่ทดสอบการดูดกลืนแรงกระแทกของหมวกนิรภัยมีการกำหนดจุดแน่นอน โดยการทดสอบกระแทกเพียง 1 ครั้งต่อ 1จุด เท่านั้น โดยจะใช้แรงในการกระแทกที่รุนแรงกว่าแบบมาตรฐาน DOT มาตรฐาน E 2205 ส่วนใหญ่นิยมใช้ในการทดสอบหมวกนิรภัยที่ใช้ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ในทวีปยุโรป จึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นสากล และเมื่อหมวกนิรภัยผ่านการตรวจสอบโครงสร้าง โลหะ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ แล้วหมวกนิรภัยต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบอื่นๆ

-การมองเห็นของผู้สวมใส่

-การทดสอบการดูดกลืนแรงกระแทก

-การทดสอบประสิทธิภาพ และความกระชับของสายรัดคาง

-ความคงทนของส่วนหน้ากาก 

-เกณฑ์การทดสอบพิเศษของสายรัดคางในเรื่องของขนาด และรอยต้านทาน

     4. มาตรฐาน JIS T 8133:2000

     มาตรฐาน JIS 2000 เป็นมาตรฐานหมวกนิรภัยในประเทศญี่ปุ่นที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ นอกจากจะเป็นการนำเอาส่วนที่ดีของมาตรฐาน DOT และมาตรฐาน E 2205 มารวมกันแล้ว มาตรฐานนี้ยังปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาจากมาตรฐาน JIS 1997 โดยมีส่วนสำคัญในการปรับปรุงจากมาตรฐานเดิมคือ การรวมเอาวิธีการทดสอบแบบ Uni-axial และ Tri-axial เข้าไว้ด้วยกัน ถ้าหากเป็นหมวกนิรภัยแบบเต็มใบจะเพิ่มความรุนแรงของการกระแทกในครั้งแรก แต่ละความรุนแรงของการกระแทกในครั้งที่สองลง ส่วนหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบทดสอบโดยการกระแทก 1 ครั้งต่อจุด ซึ่งอาจจะสันนิษฐานได้ว่า เพื่อให้สอดคล้องกับข้มมูลสติถิในปัจจุบันนั่นเอง ทั้งนี้นอกเหนือจากการตรวจโครงสร้างภายนอกแล้ว หมวกนิรภัยต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบ

-การมองเห็นของผู้สวมใส่

-การดูดกลืนแรงกระแทก

-ทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ ของสายรัดคาง

-ทดสอบการทะลุทะลวง

     5. มาตรฐาน มอก. TIS 369-2539

     มาตรฐานหมวกนิรภัยของประเทศไทย TIS 369-2539 นี้ เป็นมาตรฐานฉบับปรับปรุง

ความคิดเห็นที่ 0
ผมขอถามแบบผู้ที่ไม่เข้าใจเลยนะครับ หมวกแบบโมตาด กับแบบวิบาก ต่างกันยังไงครับ
korpor email
(05/01/2555 16:26:37) IP. 171.98.102.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
มอก. กระจอกสุดครับ 555+
Crazynoob email
(06/01/2558 14:14:27) IP. 171.96.170.xxxxxxx
ความคิดเห็นที่ 2
ที่บอกว่า มอก. กระจอกสุด เคยอ่านตัว มอก. หรือยังครับ
กบสองแดด email
(07/04/2558 07:27:33) IP. 1.47.130.xxxxxx
Total: 3:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 


บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
ปฏิทินข่าวสาร
แจ้งการชำระเงิน


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.